ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าเอกทัศนั้น มีมหาดเล็กคนหนึ่งชื่อ นายสัง อยู่แถวบ้านคูจามแล้วรับผูกภาษีผักบุ้ง ทีนี้นายสังถือว่าเป็นพี่ชายของเจ้าจอมฟักพระสนมเอก และน้องสาวชื่อปาน ก็เป็นพระสนม

นายสังจึงสั่งว่า “ใครเก็บผักบุ้งต้องเอามาขายแก่เจ้าภาษีผู้เดียว ถ้าไปขายให้ผู้อื่นต้องปรับเป็นเงิน 20 บาท”

ตามสไตล์พ่อค้าคนกลางนายสังซื้อในราคาถูก แล้วไปขายในท้องตลาดแบบแพงๆ จนชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนักก็ไปร้องเรียน แต่ไม่มีใครทำอะไรได้ เพรานายสังไปอ้างว่า “ทำภาษีเก็บเงินเข้าพระคลังหลวง”

ครั้นพระเจ้าเอกทัศบรรทมไม่ค่อยหลับ ก็โปรดให้รับสั่งหาละครเข้าไปเล่น เพื่อแก้รำคาญพระราชหฤทัย

ก็มีละครเข้าไปเล่นถวาย ระหว่างนั้น นายแทนกับนายมีเป็นตัวจำอวดละคร

“เล่นทำเป็นผู้ชายคน 1 เป็นผู้หญิงคน 1 ผูกมัดกันว่าจะเร่งเอาเงินค่าผูกคอ นายมีตัวจำอวดที่เป็นหญิงจึงว่า “จะเอาเงินมาแต่ไหนจนจะตาย แต่เก็บผักบุ้งขายยังมีภาษี” ว่าอย่างนี้ถึงสองหนสามหน

จนพระเจ้าเอกทัศทรงแปลกพระทัย ที่ได้ยินประโยคนั้น ก้โปรดให้ไต่สวนจำอวดทั้ง 2 คนนั้น จนพระองค์ทรงทราบความ ก็มีรับสั่งให้เสนาบดีเอาเงินคืนแก่ราษฎร และ สั่งลงโทษนายสัง